วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ซุปเปอร์แมน

ศิลาจารึกสุโขทัย...ใช้สำนวนอธิบาย กองทัพฝ่ายขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่ชนช้างแพ้พ่อขุนรามคำแหงว่า "หนีญญ่ายพ่ายจแจ" ครับ


ผมยกธงคำถาม...สงครามการเมืองเมืองไทย ทำไม...นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงต้องรับบทหนัก หนีแบบทุลักทุเล ถึงสามครั้ง


ยกเลิกการประชุม
16 ชาติอาเซียนที่โรงแรมพัทยา ใช้ทั้ง ฮ.ทั้งเรือ ส่งผู้นำกลับประเทศ ถือเป็นการหนีครั้งแรก ระหว่างนั่งรถจากพัทยา เจอม็อบต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ แล้วรถก็ติดไฟแดงถูกรุมสกรัม


ต้องหนีเป็นครั้งที่สอง


ผู้นำไทยใจถึง นั่งรถยนต์ติดไฟแดง...ก็เป็น ยอมให้ม็อบสีแดงล้อมกรอบทุบรถ ก็เป็น


ถ้าเป็นหนัง ถือเป็นการปูพื้นเรื่องได้สนุกเร้าใจมาก


สนุกกับหนังการเมือง จนลืมไปว่า สถานการณ์นั้น...กำลังบอกว่า บ้านเราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ตำรวจทหาร มีอยู่เป็นพัน ก็ทำอะไรไม่ได้ มีกฎหมายก็ใช้การไม่ได้


จึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจ...เมื่อเกิดสถานการณ์คับขัน ในกระทรวงมหาดไทย คนสีแดงรุมสกรัมรถนายกฯและผู้ติดตาม แบบเอาเป็นเอาตาย ถ้าไม่ใช้รถเบนซ์กันกระสุน ขับฝ่าประตูออกไปได้


ไม่แน่ว่า ตอนนี้...เมืองไทยได้นายกฯคนใหม่ไปแล้ว


เหตุการณ์ตรงหน้า เราเริ่มได้สติคิด ถ้าเมืองไทยยอมให้ผู้นำ ประเทศไร้เสถียรภาพและความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน


ขนาดนี้ ชาวบ้านอย่างเราๆจะเหลืออะไร จะอยู่กันอย่างไร


ทั้งสามสถานการณ์หนี...มีคนตั้งประเด็นไว้มาก ฝ่ายอารักขาพลาด เทใจให้ตำรวจรักษาความปลอดภัย ไม่รู้ว่า ตำรวจส่วนใหญ่


ปันใจให้สีแดง


ทหารตอนนั้น ถูกกันให้อยู่วงนอก...เพื่อรักษาภาพลักษณ์ รัฐบาลที่ไม่ฝักใฝ่ทหาร รัฐบาลไม่ได้เกิดจากกองทัพ จึงไม่จำเป็นต้องซุกใต้ปีกกองทัพ เหมือนที่ฝ่ายค้านโจมตี


คนดูอยู่วงนอก ยังพอเข้าใจได้ จะไประแวงตำรวจทหารเขาทำไม...ก็เมื่อมีคำสั่งเด็ดขาดชัดเจน ห้ามใช้อาวุธทำร้ายประชาชน


คำสั่งนี้ ในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อไม่ให้ตกหลุมม็อบสีแดง ที่ตั้งใจรอใช้ขยายผล แต่เหนือไปกว่านั้น ก็คือความตั้งใจรักษาภาพลักษณ์รัฐบาลพลเรือน อดทนอดกลั้น รักสันติ


ภาพลักษณ์นี้ แม้ดูผิวเผินจะดี...นายกฯอภิสิทธิ์ได้รับความเห็นใจ จนลืมไปว่า เพราะผู้นำพยายามรักษาภาพลักษณ์นี้ไว้ เมื่อชาวบ้านหมดที่พึ่ง จึงต้องรวมตัวกันออกแรงสู้


ภาพความคับแค้นของชาวแฟลตดินแดง ชาวมุสลิมบริเวณสุเหร่าถนนเพชรบุรี และชาวนางเลิ้งที่ต้องรวมตัวกันหาอาวุธตามมี


ตามเกิด...สู้แบบชาวบ้านบางระจัน สู้จนถูกยิงตายไปสองคน


ขณะที่มีความพยายามขยายประเด็น ชาวบ้านรวมตัวกันต่อต้านม็อบสีแดง ให้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ผมยิ่งสงสารชาวบ้าน ที่ถูกสถานการณ์การเมือง ผลักดันให้เป็นเหยื่อ


สงครามการเมืองรอบนี้ แม้จะมีเสียงบอกว่า ไม่มีฝ่ายใดชนะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ มีพระเอก มีผู้ร้าย แน่นอน คุณทักษิณนั้น วันนี้ เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ร้ายเต็มตัวไปแล้ว

ส่วนคุณอภิสิทธิ์ เป็นพระเอกเต็มขั้น บางคนสรรเสริญความอดทนอดกลั้น ถึงขั้นให้เป็นซุปเปอร์แมน ผมเองก็ลุ้นให้ ท่านเป็นซุปเปอร์แมน


หนังเรื่องซุปเปอร์แมน พระเอกแม้จะมีจุดอ่อน แพ้แท่งแก้วสีเขียว แต่ก็มักชนะ ฆ่าผู้ร้ายตายตอนจบ...แต่หนังบางเรื่อง พระเอกสร้างความ

ประทับใจแล้วก็ตายตอนจบ "หนังแบบนี้" ดูแล้วเศร้าๆเหงาๆนะครับ.


คดีสระมรณะ พบปมเด็กดับ มุดเข้าไปเอง

ตำรวจสอบสวนได้เบาะแสสาเหตุท่อดูดนํ้าวนโรงแรมพัทยาปาร์คกลืนร่างเด็กชายชาวอังกฤษวัย 14 ปี แล้ว เกิดจากผู้ตายพร้อมพี่ชายช่วยกันเปิดฝาตะแกรง แล้วผู้ตายเล่นซุกซนมุดเข้าไปในท่อมรณะจนขาดอากาศหายใจตายอนาถ ขณะที่ ผอ.ฝ่ายสวนน้ำของโรงแรมดัง ออกมายอมรับผิดพร้อมแสดงความเสียใจกับญาติผู้ตาย เผยหลังเกิดเหตุสยองมีการนำลิ่มตอกปิดฝาท่อแล้ว

จากเหตุการณ์สะเทือนใจ กรณี ด.ช.เนธิน คลาร์ก อายุ 14 ปี ชาวอังกฤษ ชะตาถึงฆาตหลังเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วลงเล่นน้ำที่สวนน้ำของโรงแรมพัทยาปาร์ค ซึ่งเป็นโรงแรมชื่อดังของเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แล้วพบกลายเป็นศพในบ่อพักน้ำใต้ห้องเครื่องบำบัดน้ำที่ก้นสระน้ำ เบื้องต้นสงสัยถูกน้ำวนดูดกลืนร่างจนขาดอากาศหายใจตายอนาถ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุว่า เป็นเพราะความประมาทของเจ้าของสถานที่หรือไม่นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. พ.ต.ท.ชนะพัฒน์ นวลักษณ์ รอง ผกก. สส. สภ.เมืองพัทยา เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อติดตามความคืบหน้าและวางแนวทางการสอบสวน โดยหารือเครียดนานประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น พ.ต.ท.ชนะพัฒน์กล่าวว่า สำนวนคดีขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อสรุปหาสาเหตุ ซึ่งตนได้สั่งให้ พ.ต.ท.อนุเชษฐ์ กาศสมบูรณ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เรียกพนักงานโรงแรมที่ดูแลตรงจุดเกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด

ต่อมาบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.อนุเชษฐ์ กาศสมบูรณ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรรถนพ ตะปานนท์ สารวัตรวิทยาการเขต 2 จ.ชลบุรี เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ โดยมีนายสุรพล เจริญศุภผล ผู้อำนวยการฝ่ายสวนน้ำ โรงแรมพัทยาปาร์ค นำตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ วิทยาการได้ทดสอบ และเก็บรายละเอียดต่างๆของสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เช่น ทดสอบใช้คน 1 คน ยกฝาตะแกรงปิดท่อน้ำวนมรณะขึ้นมา ปรากฏว่าสามารถยกขึ้นได้โดยไม่ลำบาก ขณะที่น้ำหนักฝาตะแกรงชั่งได้ 21 กก. แต่เมื่อไปอยู่ในน้ำจะมีน้ำหนักราว 15-16 กก. ส่วนท่อน้ำสี่เหลี่ยมดังกล่าวมีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึกลงไปจากพื้นน้ำราว 1 เมตร ตั้งอยู่กลางสระน้ำ โดยมีท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 ซม.ต่อออกไปยังบ่อบำบัดน้ำเสียซึ่งเป็นจุดพบศพ เมื่อให้เจ้าหน้าที่ของสวนน้ำทำการทดสอบโดยลงไปยืนภายในท่อที่มีการเปิดเครื่องดูดน้ำทิ้งไว้ตามปกติ ปรากฏว่าไม่สามารถดูดร่างของเจ้าหน้าที่เข้าไปได้

พ.ต.ท.อนุเชษฐ์ กาศสมบูรณ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบพยานแวดล้อมต่างๆ และเก็บรายละเอียด โดยพยานปากสำคัญคือนายรีส คลาร์ก อายุ 15 ปี พี่ชายผู้ตาย และลงเล่นน้ำอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน ทราบว่าทั้ง 2 คน ช่วยกันยกฝาตะแกรงขึ้น จากนั้นผู้ตายมุดลงไปในท่อ กระทั่งนายรีสเห็นผิดสังเกตที่น้องชายหายไปนาน จึงไปบอกนางจินตนา คลาร์ก อายุ 30 ปี แม่เลี้ยงชาวไทย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ กระทั่งพบศพดังกล่าว พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐาน และพยานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ด้านนายสุรพล เจริญศุภผล ผู้อำนวยการฝ่ายสวนน้ำ โรงแรมพัทยาปาร์ค กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของโรงแรมไม่ได้ช่วยเหลือนั้น ตนขอชี้แจงว่า ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ช่วย แต่เบื้องต้นเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าฝาปิดอยู่คนจะเข้าไปในท่อนี้ไม่ได้ แต่เมื่อญาติยืนยันว่าเด็กเข้าไปในท่อจริงเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันค้นหา และหากไม่มีเจตนามุดเข้าไปศพจะต้องไปติดกับหัวไหล่เข้าไปไม่ได้เด็ดขาด จากการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กเกิดจากขาดอากาศหายใจ เพราะท่อมีขนาด 40 ซม. คนที่จะเข้าไปได้ก็ต้องมุดเข้าไปเท่านั้น

ผู้อำนวยการฝ่ายสวนน้ำกล่าวว่า สวนน้ำแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ฝาท่อเป็นสเตนเลสหนัก 21 กก. ไม่ได้เปิดง่าย ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงขึ้น จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทางโรงแรมได้ขอโทษและยอมรับผิด พร้อมทั้งแสดงความเสียใจกับญาติผู้ตายแล้ว เบื้องต้นญาติก็เข้าใจขอเวลาฌาปนกิจศพก่อน จากนั้นจะมาพูดคุยอีกครั้ง "ขณะนี้มีการนำลิ่มเข้าไปตอกปิดฝาท่อ ไม่สามารถยกขึ้นได้แล้ว ในระยะยาวจะทำให้แข็งแรงกว่านี้"